เมษายน 7, 2010 New ทบทวนให้ดี
ลมผัดเอื่อยๆ พัดลมร้อนๆมากระทบตัวผมแบบเบาๆ รู้สึกเหมือนร่างกายจะละลายไปจนไม่เหลือชิ้นดี ร้อนอบอ้าวทำให้เกิดอาการปวดหัวซะยกใหญ่ อุณหภูมิขึ้นเพียงแค่หนึ่งองศาเซลเซียสก็ทำให้สิ่งแวดล้อมเลวร้ายลงเยอะ
โลกร้อนเป็นผลมาจากการทำร้ายธรรมชาติโดยผลผลิตจากสิ่งมีชีวิต ทุกอย่างส่งผลทั้งในเรื่องของการตัดไม้สร้างบ้านเรือนเพื่ออาศัย การหาเชื้อเพลิงมาทำให้อบอุ่น การทำอุตสาหกรรมเพื่อการค้าเอากำไร ฯลฯ ทุกสิ่ง ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ก็ส่งผลถึงอนาคตได้ทั้งนั้น เพียงแค่เราทำมันซ้ำๆ สิ่งที่เคยมีก็จะหมดไป
การกระทำของคนแค่เพียงหนึ่งคน หนึ่งสิ่ง อาจไม่ส่งผลกระทบโดยทันที แต่ถ้าหากหลายๆคนทำสิ่งเดียวกันสิ่งนั้นก็จะใหญ่ขึ้น คล้ายๆกับทฤษฎีความสามัคคีนั่นแหละ ที่ใครสักคนเคยนิยามมันไว้ว่าไม้ก้านเดียวย่อมหักง่าย หากเพียงมันรวมไม้หลายๆกิ่ง หลายๆก้านรวมเข้าด้วยกัน ไม้มัดนั้นย่อมยากแก่การหัก ทฤษฎีนี้ เมื่อเอามาใช้ในเชิญบวก จักทำให้เกิดผลดี แต่หากเอามาใช้ทำความชั่ว ก็จะเดือดร้อนทั่วทุกหัวระแหงเช่นกัน
หากตอนนี้ใครอยู่ในกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของอดีตประเทศที่เรียกว่าเป็น The land of smiles คงจะรู้สึกถึงสิ่งเดียวกัน นั่นคือความเครียด หลายคนคิดว่าประเทศไทยนั้นกำลังเล่นกีฬาสีอยู่หรือไร ขนพักพวกกันมาเป็นทิวแถวเพื่อประกาศศักดาว่าพวกกูเยอะ กูจะเอาในสิ่งที่กูอยากได้ ดังนั้นกูต้องได้ แต่ไม่ได้ดูเลยว่า ในสิ่งที่ทำไป ใครเดือดร้อน
ไม่มีคำตอบที่แน่นอน แต่ผมเชื่อว่า ตอนนี้ ประชาชนในกรุงเทพมหานคร เดือดร้อนมาก จะไปไหนก็ไม่รู้ว่าจะเดินทางอย่างไร ไม่ต้องคิดมาก แค่จะไปเรียนหนังสือ ยังไม่รู้เลยว่า ขากลับ จะต้องเจอกับอะไรบ้าง สิ่งที่ทำให้ยิ้ม หายไปทีละอย่าง ทั้งการจราจร ทั้งสภาพอากาศ อีกไม่นาน ถ้ายังยื้อยุดฉุดกระชากเช่นนี้ต่อไป เศรษฐกิจก็จะแย่ลง เพราะรัฐก็ทำอะไรไม่ได้ ผลผลิตของประชากรก็จะลดลง เพราะแต่ละคนไม่รู้หน้าทีของตัวเอง อยากรู้นักว่า เพียงแค่ทำหน้าที่ของตัวเองต่อไปมันยากมากเลยหรือ แค่รวยช้า แต่ถ้าจะทำให้การรวยครั้งนั้นยั่งยืนทำไมไม่คิดที่จะอดทนกัน หวังเอาแต่การรวยแบบฉาบฉวย โดยไม่ได้นึกถึงจิตใจคนอื่น
การรักพวกรักพ้องนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่การรักพวกพ้องจนไม่ดูหลักเหตุและผล จนทำให้ใครต่อใครเขาเดือดร้อนมันไม่น่ายกย่องเอาเสียเลย
- ใส่ความเห็น
- Posted under ทั่วไป,ประกาศ
มีนาคม 14, 2010 ก็แค่…เวลา
ทำไมคนเราต้องนอนกลางคืน แล้วต้องตื่นกลางวันด้วย?
จำเป็นไหมที่คนเราต้องตื่นเช้า ในความเป็นจริงมันจำเป็นถ้าเรานัดใครไว้ แต่ถ้าไม่ได้นัด เราจะทำให้กลางคืนเป็นเวลาของเรามิได้หรือ ความเงียบสงบในยามค่ำคืน มันน่าอยู่กว่ากลางวันเป็นไหนๆ
ถ้าเราว่างทั้งวัน ทำไมต้องนอนพร้อมคนอื่น เราก็กำหนดเวลาของตัวเองได้ไม่ใช่หรอ? ตื่นเช้าใครๆก็ว่ามันสดชื่น แต่ถ้าเราไม่ได้ซาบซึ้งกับความสดชื่นแบบนั้น เราผิดหรอ?
หลายครั้งที่ผมพบว่า สิ่งที่เราทำมันไม่ได้ผิด การที่ไม่มีความสุขในตอนเช้า ไม่ใช่เรื่องประหลาด ที่เรารู้สึกผิดก็คงเป็นเพราะเราถูกปลูกฝังมาแบบนั้น
แต่อาจจะเป็นอีกเรื่องที่เรายึดติด
ยึดติดกับสิ่งที่คนอื่นเชื่อ ยึดติดกับเวลา ยึดติดกับสถานที่ ในความเป็นจริงเรานั้นยึดติดกับทุกสิ่งอย่าง
ถ้าเราไม่คิดอะไรมากก็ไม่เห็นจะต้องไปสนใจคนอื่นสักเท่าไหร่หรอก เพียงแต่ต้องยอมรับว่า ถ้าเป็นแบบนี้ ก็ต้องปรับทุกอย่างให้ไม่เดือดร้อนเอง เพราะระบบของคนอื่นไม่ได้รองรับระบบแปลกๆของเรา
หากจะมีคนหาว่าขี้เกียจคุณต้องยอมรับสภาพนั้นให้ได้ ปล่อยคำคนอื่นให้เป็นเพียงแค่ลมที่ผ่านไป ถ้าคุณทำได้ คุณก็อยู่กะชีวิตแบบนี้ได้
เพราะค่าของคนมันไม่ได้วัดกันที่ว่าคุณตื่นกี่โมง แต่มันวัดตรงที่ คุณตื่นมาแล้วทำอะไรมากกว่า
มีนาคม 11, 2010 ไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือดีกว่า
ตอนแรกกะเอาไว้ว่า วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่ออกจากบ้านได้ในช่วงปิดเทอม(เพราะกระแสการเมืองมันแรงเหลือเกิน) ก็เลยวางแผนจะไปให้ไกลๆ เข้าไปในเมืองอะไรประมาณนั้น
เอาเข้าจริง ตื่นซะบ่ายโมง เป็นอันว่าแผนการทั้งหมดภายในสมองที่เต็มไปด้วยขี้เลื่อยของผมเป็นอันจบไป ถ้าเข้าเมือง ต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงบวกเวลาเดินหลงอีกนิดหน่อยก็เย็นแล้ว ไม่อยากผจญกับสภาพรถติดในเมืองเลยจริงๆ เพราะแค่คิดก็เหนื่อยแล้ว
ในขณะที่ตายังเปิดไม่เต็มที่ดี ท้องก็ร้องซะดังลั่นห้อง แสดงความร้องขออาหารเหมือนเด็กที่งอแงมากๆประมาณสิบคน ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวอยู่ภายในลำไส้ของผม ดูเหมือนมันจะยื่นคำร้องเป็นพิเศษว่า “อยากกินอะไรที่เป็นเส้นๆด้วย” แหนะ ไอ้เด็กพวกนี้ นอกจากเรียกร้องอย่างไม่เกรงใจแล้วยังจะเรื่องมากอีกนี่ ก่อนที่พวกมันจะทำอะไรไปมากกว่านี้ ผมก็ตัดสินใจลุกไปอาบน้ำ แปรงฟัน แล้วก็ออกจากบ้านทันที
ไหนๆวันนี้ก็มึนตั้งแต่ตื่นแล้วก็เลยอยากจะหาอะไรแบบมึนๆบ้าง เลยตั้งโจทย์ว่าจะไปหาก๋วยเตี๋ยวเรือกิน เพราะกระเพาะมันอยากได้เส้นๆนี่ เราสร้างความซับซ้อนให้มันอีกนิดคงสนุกดี ตั้งใจกับตัวเองไว้ว่า ร้านไหนขายก๋วยเตี๋ยวเรือ หรือหมูน้ำตกจะไปกินร้านนั้นทันที มันต้องมีสักร้านสิ ถ้าเป็นเมื่อก่อน ข้างหน้าซอยจะมีอยู่หนึ่งร้าน อร่อยโคตรพ่อ แต่ร้านนี้ก็ปิดตัวเองไป ไม่ใช่เป็นเพราะพิษเศรษฐกิจ แต่เป็นผีพนันต่างหากที่ทำให้ร้านขาดทุน เมียขายก๋วยเตี๋ยว ผัวเอาเงินไปเล่นบอล แสดงให้เห็นว่ากีฬานอกจากจะทำให้เสียเหงื่อแล้ว ยังทำให้เสียเงินอีก
ผมเดินออกไปข้างนอกผ่านร้านต่างๆมากมายแต่ก็ยังไม่เจอร้านเป้าหมาย ก็เลยลุยต่อไปเรื่อยๆผ่านเซเว่นมาสองสาขาก็ยังไม่เจอ
ผ่านตลาดซังฮี้ก็ยังไม่เจอ จนมาเจอร้านๆนึงที่เชิงสะพานซังฮี้ เลยโรงเรียนเขมะสิริอนุสรณ์มาเล็กน้อย(ถึงปานกลาง) 
ซึ่งร้านนั้นถูกขนาบข้างด้วยร้านแต่งรถ แต่ในเมื่อแกขายในสิ่งที่ผมต้องการ แล้วผมจะรอช้าอยู่ทำไม
ผมเดินตรงเข้าไปสั่งเมนูที่ผมต้องการ พร้อมด้วยเป็ปซี่หนึ่งขวด แล้วก็กระซวกอาหารประเภทเส้นชามนี้ให้เต็มกระเพราะ ในใจน้ำตาแทบไหลที่เดินทางมาตามหาร้านที่ต้องการได้สำเร็จ ระยะทางจากร้านนี้ถึงซอยบ้านผมก็ประมาณ 4 ป้ายรถเมล์ ด้วยกัน
อ้อ ผมคงไม่พูดถึงรสชาติของก๋วยเตี๋ยวนะครับ เพราะส่วนมันเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ผมน้ำตาไหล T_T
ป้ายกำกับ:รถเมล์, เป๊ปซี่, โรงเรียนเขมะสิริอนุสรณ์, ไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือดีกว่า
มีนาคม 9, 2010 เวลา
เวลาของคนเรานั้นมี 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่ทำไมหนอ เราถึงทำให้มันมีประสิทธิภาพได้ไม่เท่ากัน
เราใช้เวลาส่วนใหญ่ในการทำงาน หรือตั้งท่าจะทำงานมากไปกว่ากัน หลายครั้งที่เราตั้งท่าทำงานมากกว่าทำจริงๆซะอีก เพราะเราต้องหาข้อมูลบ้าง คิดโครงเรื่องบ้าง เอาเข้าจริงแล้ว ทำแป๊ปเดียวก็เสร็จ
หากเราจะใช้เวลาให้เป็นนั้นไม่ยาก แต่การข่มใจให้ไม่ออกนอกลู่นอกทางนี่สิยากกว่ากันเยอะ นั่นก็เพราะเราใช้ Internet เป็นอุปกรณ์หลักในการทำงาน ซึ่งเป็นเรื่องดีที่จะใช้มันมาทุ่นเวลา แต่ถึงกระนั้นเองมันก็เหมือนกับดาบสองคม เกมใน Facebook กับ twitter มันก็เปรียบเสมือนกับดาบคมที่สองที่พร้อมจะเฉือนตัวเราเองได้ทุกเมื่อ จริงอยู่ว่ามันสนุกสนานเวลาได้เข้าไปสู้โลกของ Social Network แต่มันก็กลายเป็นตัวถ่วงในการทำงานไปได้เหมือนกัน
อย่าปล่อยให้หน้าขาวๆของ Facebook มันเย้ายวนใจท่านไปมากเกินไป แล้วงานจะเสร็จเร็วขึ้น ลองดูนะครับ
กุมภาพันธ์ 27, 2010 ความรักของคุณฉุย
วันนี้ผมอยากจะแนะนำหนังสือเรื่อง “ความรักของคุณฉุย” เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่เก่าแล้วเพราะหนังสือนิยายเล่มนี้พิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๒๙ โดยสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น โดยคนแต่งชื่อ ไมตรี ลิมปิชาติ แล้วตอนนี้หนังสือเล่มนี้ก็ถูกนำมาพิมพ์ใหม่อีกครั้ง
ความรักของคุณฉุย เป็นเรื่องราวของหนุ่มจากเกาะสมุยที่มาหลงรักสาวสวยในเมืองกรุง ความรักที่ดูเป็นไปได้ยากในสมัยนี้ของคุณฉุยเริ่มต้นขึ้นอย่างมีอุปสรรคมากมาย แลดูเป็นความรักที่ใสมาก ไม่ได้ใสขนาดขั้นตาหวาน แต่เป็นใสแบบมีเหตุมีผล และมีอารมณ์ขันแทรกอยู่ในตัวละครที่ชื่อ ‘คุณฉุย’ อย่างเปี่ยมล้น
“ความรักของคุณฉุย”เป็นความรักที่ต้องอาศัยความอดทนและพยายามสูงมาก ถ้าเป็นคนสมัยนี้ไม่รู้จะรอได้นานขนาดนั้นหรือไม่
ถ้าเทียบกับคนสมัยนี้ ความไวของความคิดผิดกันเยอะมากเลยนะครับ อาจเป็นเพราะเด็กสมัยนี้รับสื่อเยอะ และบ่อยกว่าคนสมัยก่อนก็เป็นได้ แต่ถ้าผู้ชายเชยๆในบทนิยายอย่างคุณฉุย ออกมาโลดแล่นในชีวิตจริงอย่างทุกวันนี้ล่ะก็ คงจีบหญิงสาวคนนั้นไม่ติดเป็นแน่(หากยังใช้วิธีแบบในหนังสือนะ)
เพราะอย่างน้อย คุณฉุยคงมีคำถามว่า “ทำไมสาวๆต้องห้อยบีบีกันด้วย?”
ป้ายกำกับ:ความรักของคุณฉุย, บีบี, เกาะสมุย
กุมภาพันธ์ 7, 2010 เพราะคนเราต้องการรอยยิ้ม :)
เป็นเวลานานมากๆแล้วที่ไม่ได้มีโอกาสเขียนอะไรยาวๆ Facebook กับ Twitter เข้ามามีบทบาทกะชีวิตเรามากซะจนบางทีอาจจะดูมากไป
เมื่อปฏิทินเก่าหมดอายุ เราก็ตั้งใจว่าจะอัพบลอคให้บ่อยขึ้น แต่ก็เพราะงานเยอะ จนทำให้พอมีเวลาว่าง ก็อยากจะทำตัวให้ว่าง ก็เลยไม่ได้เขียน เดือนมกราคมดูเหมือนจะผ่านไปอย่างว่องไว ไม่เป็นไปตามสูตรที่ว่า “เมื่อเรามีความทุกข์ เวลาจะผ่านไปช้าลงกว่าเดิม” แต่มันมาเข้าอีกสูตรคือ “เมื่อเรารีบ นาฬิกาจะหมุนเร็ว” ซะมากกว่า
ช่วงนี้ เพื่อนๆดูหน้าหม่นหมอง ยิ้มยากกันเป็นแถบๆ หวังว่าสอบเสร็จทุกคนจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม หลายครั้งก่อนงานจะเข้า หลายคนหาเรื่องให้ตัวเองต้องเครียดก่อนเสมอๆ พอมีงานก็เลยเครียดกะงานเพิ่มไปด้วย แล้วเมื่อไหร่ถึงจะมีความสุขกันล่ะทีนี้ สงสารจริงๆ
อยากให้ทุกคนมีความสุขกับเรื่องเล็กๆ เห็นเรื่องอะไรน่าสนใจแล้วก็ยิ้มเข้าหากัน มากกว่าจะไปให้ความสำคัญกับเรื่องที่ทำให้ทุกข์ เพราะเมื่อมีคนหน้าบึ้ง บรรยากาศจะอึมครึมๆ แต่เมื่อมีคนยิ้ม คนสดใสจะกลับคืนมา J
- ใส่ความเห็น
- Posted under 1
ธันวาคม 31, 2009 The last day of the year
ปีนี้ก็มาถึงวันสุดท้ายจนได้สินะ เป็นปีที่เหนื่อยดีแท้ เหนื่อยกาย ลำบากใจในหลายๆเรื่อง แต่ก็มีเรื่องดีๆมาบ้างเหมือนกัน
เรื่องดีๆทำให้คนกระชุ่มกระชวยเสมอ ทุกคนอยากเจอมันมากกว่าปัญหา เพราะเรื่องดีๆทำให้ทุกคนยิ้ม ยิ้มแล้วก็มีความสุขกัน แน่หละเราไม่สามารถกำหนดให้เราเจอแต่เรื่องดีๆได้ตลอดเวลา แต่เราก็เลือกที่จะไม่สนใจในเรื่องร้ายๆ ที่มากล้ำกรายได้
ก็ได้แต่หวังว่า ปีหน้าเราจะเห็นรอยยิ้มมากขึ้นนะครับ
Happy new year
- ใส่ความเห็น
- Posted under ชีวิต
ธันวาคม 10, 2009 Happy Anniversary

ขอบคุณที่อยู่เป็นเพื่อนกันมาตั้งหนึ่งปี ^^
ป้ายกำกับ:กีต้าร์, เพื่อน, friend, Guitar, happy anniversary, lomo
- ใส่ความเห็น
- Posted under Photo
พฤศจิกายน 22, 2009 หนาววววววว
อากาศเริ่มหนาวแล้ว ไม่รู้ปีนี้จะหนาวสักกี่วัน มันเป็นช่วงที่หลายๆคนกำลังรู้สึกดีที่ไม่ต้องมาทนกับอากาศร้อนตับแตกกันอีกแล้ว
เรายังอยากรู้ว่า หนาวอย่างนี้ยังจะมีสาวคนไหนใส่กระโปรงสั้นอีกไหม ถ้าไม่มีก็น่าดีใจ อาจจะเสนอให้คุณระเบียบรัตน์พยายามทำให้ประเทศไทยหนาวตลอดเวลา เพื่อแก้ปัญหานักศึกษาแต่งการไม่เหมาะสม โดยการซื้อน้ำแข็งมาวางไว้ในจุดต่างๆของประเทศไทย
ทางออกนี้อาจจะดี เพราะมันแก้ปัญหาการว่างงานได้ เพราะถ้ารัฐบาลบ้าจี้ทำนโยบายนี้จริงล่ะก็ ก็ต้องใช้คนส่งน้ำแข็งจำนวนมาก ยิ่งช่วงหน้าร้อน ยิ่งต้องใช่เยอะ
แถมยังแก้ปัญหาสังคมได้อีกด้วย เพราะถ้าประเทศไทยอากาศหนาวตลอดเวลาแล้วมันจะทำให้นักศึกษาไม่นุ่งสั้น มันก็น่าจะทำให้นักศึกษาแต่งตัวมิดชิดขึ้น ปัญหาการลวนลามนักศึกษาอาจจะลดน้อยลง
ยิ่งไปกว่านั้น กระทรวงสาธารณสุขอาจไม่จะไม่ต้องมาหาวิธีป้องกันโรคตากุ้งยิงด้วย เห็นไหม สบายหลายต่อ
ส่วนคนที่ต้องทรมานจากความหนาว เห็นทีจะต้องหาเสื้อผ้ามาให้ความอบอุ่นกันไป คนกลุ่มนี้น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะคนโสด
เพราะยิ่งหนาวก็ยิ่งเหงา
ป้ายกำกับ:นักศึกษา, บ้าจี้, ระเบียบรัตน์, รัฐบาล, หนาว, เหงา
- ใส่ความเห็น
- Posted under ชีวิต
พฤศจิกายน 17, 2009 วิธีทำบททดสอบ
ทุกคนเคยผิดหวัง ท้อแท้
ทุกครั้งที่อุปสรรคผ่านเข้ามา มันก็เหมือนกับบทเรียน ที่ท้ายบท จะต้องมีบททดสอบ
ใครทำได้คะแนนสูง ก็เหมือนกับกระโดดข้ามอุปสรรคไปได้อย่างสบายๆ
ส่วนคนที่ได้คะแนนต่ำ ก็เหมือนกับคนที่กระโดดข้ามมาได้อย่างหวุดหวิด หรือบางคน อาจจะไม่ผ่าน ซึ่งทั้งสองอย่างหลัง ให้ไปกระโดดซ้ำ ก็คงไม่สง่างามเหมือนดังจำพวกแรก
เพราะฉะนั้น เราทุกคนจะควรจะฝึกฝนให้เต็มที่ ก่อนที่บททดสอบจริงๆมันจะมาถึง เพราะเมื่อมันผ่านมา เราจะได้ก้าวข้ามผ่านมันไปอย่างสง่างาม ไม่ต้องพบกับความท้อแท้ ผิดหวัง ซ้ำๆ ซ้ำๆ
ป้ายกำกับ:บททดสอบ
